เส้นทางของลูกผู้ชายขาลุย jfullmoonและโอ๋รังสิต 2สถาปนิกชาวไทย
ผู้ที่ขี่เวสป้าตามความฝัน บนเส้นทางหฤโหดจากอินเดีย-เนปาล-จีน-เวียตนาม-ลาว-ไทย
ทุกคนต่างมีความฝัน ฝันของเรา2 พี่น้องคือการขี่เวสป้าเดินทางท่องเที่ยว
เรา 2 คนเริ่มจากรวบรวมเงินอันน้อยนิดเพียง15000บาทต่อคน เราเดินทางไปดูไบเพื่อทำงานเก็บเงิน เราเลือกไปทำงานในประเทศที่สถาปนิกทุกคนอยากไป ดูไบเป็นเมืองที่มี อาคารสวยๆจำนวนมากมีสิ่งก่อสร้างที่ติดอันดับโลกอยู่หลายแห่ง และเราอดทนทำงานที่เมืองดูไบประเทศยูเออี 1ปีเต็ม ที่นี้อากาศร้อนมาก เราต้องอาศัยอยู่ในห้องที่ติดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา เราทำงานท่ามกลางทะเลทรายที่ร้อนเป็นอันดับต้นๆของโลก
เราเจอพายุทะเลทรายที่หอบเอาทรายจำนวนมากมาปกคลุมเมืองหลายครั้ง เจอคนงานที่ทำงานจนร้อนตาย เราเจอแรงกดดัน เจอเพื่อนร่วมชะตาจากคนหลากหลายประเทศ ทุกคนล้วนมีเหตุผลต่างกันในการมาทำงานในจุดที่โหดที่สุดของโลก โลกอาหรับไม่สวยหรูอย่างที่เราเข้าใจ เราต้องรีบปรับตัวให้เข้ากับอากาศ ผู้คน ประเพณี กฎหมาย และเพื่อนร่วมงานชาวต่างชาติ การทำงานที่ดูไบสนุกมาก เราได้รู้ถึงวิธีการคิดที่แตกต่างจากชาวต่างชาติ ได้เพื่อนใหม่ ได้รับความรู้ใหม่ๆ และในวันหยุดเราก็ท่องเที่ยวในสถานที่สำคัญของดูไบและประเทศใกล้เคียง ดูไบถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆแต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหามากมาย
ระหว่างที่เราทำงานเป็นสถาปนิกในต่างแดน เรา2คนก็เริ่มวางแผนการเดินทาง เราหาข้อมูลเส้นทางจากคนในประเทศที่เราคาดว่าน่าจะผ่าน เราพุดคุยกับเพื่อนชาวอินเดีย เนปาล จีน เวียตนาม ลาว ที่อยู่ในที่ทำงานของเรา เราเก็บเงินซื้อกล้องถ่ายรูป,กล้องวีดีโอ, แผนที่และสิ่งจำเป็นอื่นๆที่ต้องใช้ในการเดินทาง เราเตรียมตัวตลอด 1ปีเต็มๆ อินเทอร์เนทช่วยเราได้มาก เราได้ข้อมูลดีๆจากอินเทอร์เนท เราดูและศึกษาเส้นทางในแผนที่จาก googl earth เราได้คำแนะนำดีๆจากเพื่อนๆในเวบ pantip
ตอนแรกเราวางแผนที่จะเริ่มต้นทริปการขี่เวสป้าของเราจากดูไบกลับมาไทย แต่ติดปัญหาใหญ่ที่เส้นทางในประเทศซาอุดิอาระเบียที่ไม่ให้คนไทยเข้าประเทศเราจึงเริ่มหาเส้นทางใหม่ เราตัดสินใจเริ่มต้นทริปของเราที่ประเทศอินเดีย เราเดินทางแบบผจญภัย เส้นทางที่เราเดินทางเรามีข้อมูลเพียงน้อยนิด กับแผนที่อย่างหยาบ มันก็เป็นการเดินทางตามความฝันที่น่าตื่นเต้นมาก และกว่าที่เราจะทำวีซ่าได้ครบก็ใช้เวลาหลายเดือน เมื่อครบ1ปีที่เราทำงาน บริษัทให้ตั่วเครื่องบินกลับไทย เราขอเปลี่ยนตั๋วเครื่องบินไปลงอินเดียทันที
เมื่อเครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดียเตะรันเวย์ของประเทศอินเดีย เมืองนิวเดลี ประเทศที่เป็นต้นกำเนิดแห่งอารยธรรม ทริปของเราจึงเริ่มต้น เราเรียกแท๊กซี่จากสนามบินและบอกให้พาเราไปที่พักที่ใจกลางเมืองนิวเดลี ที่ไหนก้ได้
คนขับแท๊กซี่พาเราไปพักที่โรงแรมย่าน Karol bagh เราโชคดีมากๆ เพราะหลังโรงแรมที่เราพัก เป็นแหล่งขายรถที่ใหญ่มาก เรียกได้ว่าเป็นเชียงกงของเอเชีย
หลังจากที่เราเข้าพักในโรงแรม เราเริ่มออกสำรวจทันที เราเดินหารถที่เราต้องการอยู่หลายวัน .ในที่สุดเราก็เจอ
เราได้รถเวสป้าอินเดียเพื่อเป็นคู่หูในการเดินทางมา2 คันในสภาพมือ2 เราตรวจเช็คเอกสารทุกอย่างที่เราคิดว่าจำเป็น เช็คเครื่องยนต์ ยางอะไหล่
ถึงเวลานี้เราพร้อมแล้วที่จะเดินทาง การเดินทางของเรา.ฝันของเรา...เราจะเดินทางจากอินเดีย ผ่านเนปาล จีน เวียตนาม ลาวและไทย
ฟังดูเหมือนเวอร์ แต่เราตั้งใจจะขี่อย่างนี้จริงๆ..
เราเริ่มเดินทาง ออกจากเมืองนิวเดลี ไปเนปาล เส้นทางในอินเดียสุดโหดมาก เราเจอปัญหาระหว่างทางมากมาย เริ่มตั้งแต่ รถของโอ๋รังสิตสายครัชขาดตอนตี5ต้องขี่พยุงรถไปหลายสิบกิโลจนเช้า กว่าจะหาร้านได้ก็ลำบาก เราสองคน ไม่ได้ขี่รถกันอย่างเดียว เราถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอกันมาตลอดเส้นทาง เราหลงทางในอินเดียหลายครั้งแต่ละครั้งทำให้เราเสียเวลาอย่างมาก เราเจอเหตุการณ์ที่สนุกมากมาย ได้เห็นวิถีชีวิตของคนยากจนในอินเดีย เห็นอาหารที่เราแทบจะกินไม่ได้ เห็นคนนับสิบอึข้างถนนทั้งหญิงและชาย โดนสิบล้อเฉี่ยว และโดนโจรขี่รถไล่ตามขอหมวกกันน๊อค
นอกจากนี้เรายังมีปัญหาเครื่องยนต์อีกหลายครั้ง แต่เราก็อดทน และแก้ปัญหามาได้ทุกครั้ง
ถนนในอินเดียยาวไกล เราเจอถนนที่ขรุขระมาก มากที่สุดตั้งแต่เราเกิดมา ฝุ่นเยอะมากขนาดที่ระยะ15เมตรมองอะไรไม่เห็นเลย
บางครั้งเราต้องขี่รถในตอนกลางคืน นอนข้างทาง กินอาหารลิง เรา2คนเดินทางในอินเดียโดยมีแผนที่นำทางแม้ว่าเราจะมีแผนที่แต่เราก็ยังหลงทางกับเส้นทางที่วกวนไม่ชัดเจน บ่อยครั้งที่เราต้องเช็คเส้นทางกับผู้คนที่อยู่ข้างทาง ถึงเวลากินเราก็อาศัยผลไม้จากร้านข้างทาง บางครั้งเราก็หาซื้ออาหารอินเดียมาทาน อาหารอินเดียหลายชนิด แต่มีไม่กี่อย่างที่เราสามารถทานได้อย่างอร่อย เราเจออาหารแปลกๆหลายมื้อทำเอาน้ำหนักที่เรามีลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด
ถึงเวลานอน เรา2คน ต้องมองหาสถานที่ที่ปลอดภัย..เต๊นท์ที่เราเอามาได้ใช้ตอนที่เราเข้าไปถึงเมือง Lucknow โรงแรมที่นั้นไม่ต้อนรับชาวต่างชาติ เราขี่ออกไปจากโรงแรมแบบงงๆ เราขี่ไปอีกหลายกิโล สภาพตอนนั้นมันมืดและเริ่มเห็นอันตรายจากการขี่ในตอนกลางคืน
ถนนที่ไม่มีไฟฟ้า สภาพถนนที่ไม่แตกต่างจากถนนคันนา เราตัดสินใจที่จะนอนข้างทาง โชคดีที่เรามาเจอปั๊มน้ำมันแต่ว่าสภาพปั๊มให้เพือนๆนึกถึงปั๊มที่แย่ที่สุดเท่าที่เราเคยเจอในไทย...สิบล้อจอดกันเต็ม เด็กปั๊มหน้าตาแปลกๆตัวดำๆ พื้นปูนมีคราบน้ำมันมากมาย เราหลับตานอนแบบไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น เราหลับตั้งแต่เอนตัวลง...เราหลับสนิดกันยันเช้า แล้วเราก็ตื่นขึ้นมาและเดินทางต่อ เราสนุกกับทุกเหตุการณ์ที่ผ่านเข้ามาในการเดินทางผจญภัยของเรา เราขี่ต่อไปแบบมีจุดหมาย เราเข้าใกล้เขตชายแดนไปทุกขณะ ผู้คนที่เราเจอเราจะพบเค้าได้เพียงครั้งเดียวเพราะเราคงไม่สามารย้อนกลับมาได้อีกครั้ง เราประทับใจกับภาพที่เราเห็น รอยยิ้มแบบจางๆ ความสะใจในการเดินทาง มันเป็นแบบนี้เอง
รถและเราต้องไปด้วยกัน คนเหนื่อยมันมีอาการ รถเหนื่อยมันก็มีอาการ สกูตเตอร์ของเรา ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ที่เมืองฮาตะ เราทำการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนยาง และดูแลไฟเลี้ยว แตร รถเราฝุ่นเกาะหนามาก ภายนอกของรถแทบจำไม่ได้เลยเมื่อเทียบจากครั้งแรกที่เราได้เจอมันแต่ภายในของรถ ใหม่สด...เสียงเครื่องยนต์ตอนนี้บอกได้เลยว่า นุ่มมาก พลังของเครื่องยนต์ทั้ง2คันของเรา แน่น รถพร้อมอีกครั้งสำหรับการเดินทางอันยาวไกล
ล้อหมุนอีกครั้ง เรากำลังเข้าใกล้เนปาล มันเร้าให้เราตื่นเต้นมาก..เราพร้อมที่จะผจญภัยในเนปาลแล้ว...ลาก่อนอินเดีย...ILOVE INDIAและไม่เคยลืมทุกภาพทุกเหตุการณ์ในอินเดีย
จากอินเดียในที่สุดเราโชคดีที่หลุดพ้นจะอินเดียอย่างปลอดภัย
เราเข้าสู่ประเทศเนปาลได้อย่างทุลักทุเล เราเห็นผู้คนเดินเข้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเข้าสู่ประเทศเนปาล บางคนโดนทหารเนปาลตี รถยนต์ที่จอดยาวหลายร้อยเมตรสร้างความจราจรอย่างมากมาย เราสังเกตุการผ่านเข้าออกอย่างละเอียดและเดินปะปนไปกับผู้คน
คนนับร้อยนับพัน บ้างก็เดินแบกของแบบกองทัพมด บ้างก็มากับรถลาก เราในฐานะชาวต่างชาติที่มีสกูตเตอร์มาด้วยอีก2คัน ต้องจอดรถและเข้าไปปั๊มตราวีซ่าเพื่อทำเรื่องเข้าประเทศ คนผ่านไปได้อย่างสบาย แต่รถไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องเข็นไปอีกเกือบหลายร้อยเมตร และเข้าไปกรอกเอกสารการเอารถเข้าประเทศ เอกสารที่กรอกเป็นภาษาเนปาลล้วนๆ ไม่มีภาษาอังกฤษเลยครับ...ตายแน่ครับ.....เราใช้วิชาสังเกตุและเราก็ได้ตัวช่วยซึ่งเป็นชาวเนปาลที่พูดสื่อสารกับเราได้ เราสื่อสารแบบภาษาใบ้ เขาก็เดินเรื่องให้เราจนสำเร็จ หลังจากนั้นเขาก็ลากเราไปตกลงราคาค่าช่วยเหลือ เราก็จ่ายกันไปตามธรรมเนียม ในเอกสารเราตกลงจ่ายภาษีรถไป3วัน เราคาดว่า เราจะใช้เวลาในเนปาลไม่เกิน3วันเท่านั้น เพราะต้องรีบเดินทางเข้าจีนก่อนที่หิมะในจีนจะตก เราเดินทางออกจากด่านเนปาลและเริ่มเดินผจญภับไปสู่จุดหมายใหม่...เมือง Kathmandu แต่การเดินทางในเนปาลไม่ง่ายอย่างที่คิด
เจ้าหน้าที่ของเนปาลเข้มงวดกว่าอินเดียมาก ถนนในเมืองริมชายแดนเป็นแบบวันเวย์ แต่ไม่มีป้ายบอก เราแหกด่านขี่ย้อนศร เจ้าหน้าที่เรียกแต่เราไม่เข้าใจเราได้แต่เดินทางไปข้างหน้า ไม่มีเวลาจอด เราพักที่เมืองแถวโรงแรมริมชายแดน วันแรกในเนปาล ฝนที่เราไม่เคยเจอมานานก็ตกลงมา
ในเนปาลป่าไม้มันชุ่มช่ำ แตกต่างจากอินเดียอย่างสิ้นเชิง เส้นทางในเนปาลสวยมาก ต้นไม้สีเขียวสดตลอดเส้นทาง ผู้คนมีรอยยิ้ม อาหารการกินอุดม
คืนแรกในเนปาลเราพักที่โรงแรม SEEMA ย่าน HETAUDA เรา2คนเดินสำรวจรอบๆโรงแรม หาอาหาร เข้าร้านเนท เราอีเมล์พูดคุยกับเพื่อนๆที่ให้กำลังใจเราที่ประเทศไทยโดยเฉพาะเพื่อนๆในไทยเวบสกูตเตอร์ เรากลับมาที่พักเรา...ซักผ้าทั้งหมด ตากฝึ่งไว้เต็มห้อง เตรียมตัวที่จะเดินทางในเช้าวันต่อไป
ตลอดเส้นทางที่เราเดินทางไป Kathmandu ถนนสวยเป็นการเดินทางที่น่าประทับใจมากๆๆ เราได้เห็นลำธารกลวดที่อยู่กลางหุบเขาในตอนเช้าที่มีลำแสงลอดออกมามันเหมือนกับภาพวาดจริงๆ เราพบกับภูเขาที่เต็มไปด้วยพืชพรรณ การทำการเกษตรแบบขั้นบรรได ฝั่งขวาเป็นภูเขาสูง ฝั่งซ้ายเป็นเหว เรา2คนต้องค่อยๆขี่ ถนนที่เปียกลื่น รถบนถนนมีไม่มาก เราขี่กันอย่างสบาย อากาศที่บริสุทธิ์อย่างที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เรารู้สึกได้
เมืองเล็กที่เราขี่ผ่านให้ความสนใจเรา2 คนเป็นอย่างมาก ระหว่างทางที่เราพักเราเจอสินค้าไทยมากมายเราเจอกระทิงแดง ปลากระป๋องโรซ่า อยู่ไทยเราไม่เคยสนใจปลากระป๋องเลยแต่มาที่นี่เนปาลต้องขอลองซะหน่อย.....ช่วยให้เรานึกถึงบรรยากาศแบบไทยๆขึ้นมาทันที ในเนปาลความชื้นในบรรยากาศมีมาก อากาศเย็น ในเนปาลเราขี่กันจนเห็นเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ มันสวยมาก เหมือนก้อนภูเขาน้ำแข็งที่ล่องลอยอยู่บนหมู่เมฆ
เราขี่ไปกันจนถึง Kathmandu รถของเราเกิดปัญหาเบาดับๆ ต้องรีบเอาเข้าร้านซ่อม แต่กว่าจะหาร้านได้เราทั้งขี่ทั้งเข็นกันอยู่หลายชั่วโมง ช่างที่เนปาลซ่อมรถสกูตเตอร์ไม่เป็นครับ ใน Kathmandu เราไม่เจอรถแบบที่เราขี่เลยครับ เราไปหลายร้านแต่เค้าไม่รับซ่อมให้เรา เราต้องพยามยามกันต่อไป ถ้าซ่อมไม่ได้เราก็จบเพราการเดินทางต่อจากนี้จะเป็นการเดินทางขึนภูเขาสูง จำเป็นต้องมีอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่ดีเยี่ยม จะต้องไม่มีการเข็นเกิดขึ้น เราหาร้านที่จะซ่อมให้เราจนพบ ได้ช่างซ่อมที่เป็นคนจากอินเดียแต่มาเป็นลูกจ้างในเนปาล
เราบอกอาการของรถให้ช่างได้ทราบ ช่างเค้าเอารถไปทดลองขี่ แล้วเค้าก็หายไปนาน กลับมอีกที...เห้นเข็นมาแต่ไป แถมเหงื่อตกอีกตะหาก
อาการนี้ช่างบอกว่า วอเตอร์ อินคาร์บูเรเตอร์แปลได้ว่ามีน้ำเข้าไปอยู่ในคาร์บูเยอะมาก ช่างแก้ไขให้เรา โดยการล้างคาร์บู ล้างถังน้ำมัน
อาการของรถเราดีขึ้น เราไม่รู้ว่าน้ำเข้าไปได้อย่างไร บางทีมันอาจจะค่อยๆเข้ามาตอนที่เราขี่ผ่านน้ำในช่วงก่อนเข้าเมือง
เราขี่เที่ยวในเนปาลซึ่งเป็นถนนแบบวันเวย์ โอ๋โดนตำรวจเนปาลจับข้อหาขี่ย้อนศร รถโดนยึดไว้ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว
ตำรวจท่องเที่ยวไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย สุดท้ายจบที่ต้องจ่ายค่าปรับแบบไม่มีบิล
เราพักและเที่ยวใน Kathmandu หลายวัน ที่นี้สวยมาก สถาปัตยกรรม แปลกตามากมายเราชอบที่นี่มาก แต่เราก็ต้องเดินทางต่อไป เราจะต้องไปจีน เราไปถึง Kodari เมืองที่เป็นหน้าด่านเนปาลกับจีน เราสัมผัสได้ถึงความเข้มงวดของด่านจีน
ตัวเราผ่านไปได้แต่รถผ่านไม่ได้ ด่านจีน ต้องการเอกสารมากมายพร้อมกับเงินจำนวนมาก และเราจะต้องเจอกับความยุ่งยากเพราะเราจะต้องผ่านทิเบต เมืองที่ยังเป็นเขตปกครองพิเศษ การผ่านทิเบตยุ่งยากมาก เราปรึกษาเพื่อนๆหลายคนใน Kathmandu ถึงวิถธีจะสามารถผ่านด่านเข้าจีนให้ได้ เราขี่ไปด่านนี้ถึง 3ครั้ง รวมระยะทางเกือบ 1000 กิโลเมตรเพื่อที่จะถามคำถามเดียวว่าทำอย่างไรเราถึงจะผ่านเข้าประเทศจีนได้ เราเดินทางข้ามด่านเนปาลไปด่านจีนที่อยู่ห่างกันออกไปราว100เมตร หลายครั้ง ครั้งที่3เราต้องนอนพักริมชายแดนเนปาล เจอสาวๆเนปาลออกมาเต้นรำในบทเพลงของวันฉลอง โรงแรมท่เราพักนั้น อยู่ติดน้ำตก ที่มีน้ำไหลแรงมาก อากาศวันนั้นเย็นมาก เราหลับลงท่ามกลางความหนาวในตะเข็บเนปาล ดินแดนแห่งธรรมชาติ
เราตื่นเช้ามาพร้อมกับปัญหาอีกครั้ง เราเข้าไปที่ด่านจีนแต่เช้าเข้าไปถามครั้งสุดท้ายถึงรายละเอียดการเดินทางพร้องกับรถของเราการเข้าสู่จีนในตอนนี้ มืดมนเหลือเกิน โอกาศแทบเป็นศูนย์ มันยากและต้องใช้เงินมากจนเราสองคน ไม่สามารถที่จะผ่านด่านนี้เข้าสู่จีนได้ วันนี้เราต้องขี่กลับมา Kathmandu ด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยว เนปาลวันนี้ไม่สดใสเหมือนทุกวัน มีแต่ความเงียบที่อยู่ในจิตใจ เรารู้แล้วว่าคนที่เจอปัญหาแล้วไม่เจอทางออกนั้นเป็นอย่างไร เรากลับมาเช็คเนท ทุกคนถามเราว่าเดินทางถึงไหนแล้ว มีแต่ความว่างเปล่าเท่านั้นที่เราให้ได้เราไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่ด้วยกำลังใจของเพื่อนที่เราไม่รู้จัก ในเวบไทยสกูตเตอร์ เพื่อนๆของเราต่างให้กำลังใจเรา เรายิ้มและสู้ต่อ เราสองคนคิดค้นหนทางกันใหม่ทั้งคืนได้ผลออกมาว่าเราจะรวมเงินทั้งหมดออกมาเทรวมกัน วางแผนใหม่อีกครั้ง ดูซิว่าเราจะทำอะไรกับเงินที่เราเหลือได้บ้าง
เรา2คนเลือกตัดสินใจที่จะบินไปเวียตนาม และเสี่ยงโชคอีกครั้งเพื่อหารถที่จะขี่เข้าสู่จีนให้ได้ เราบินไปลงที่เมืองฮานอย และนั่งรถบัสเข้าเมืองเราสุ่มรถแบบเดาๆคืนแรกในเวียตนามเราพักกันที่โรงแรมElizabeth ถนนHuu Huan ย่านHoan kiem โรงแรมที่นี้สะอาดปลอดภัยและที่สำคัญราคาไม่แพง ราคาโรงแรมที่นี้สามารถต่อราคาได้อีกด้วย
เราเข้าพักและรีบออกสำรวจเมืองทันที เรารู้สึกประหลาดใจกับรถบนท้องถนนมากที่ฮานอย รถเวสป้ารุ่นใหม่ๆเยอะมาก เรานั่งดูกันจนเพลิน และเราก็เริ่มออกหาซื้อรถเวสป้ากัน เราเดินหาจนเจอย่านที่ขายรถเวสป้าเราถามราคาอยู่หลายร้านแต่เงินที่เรามีอยู่ไม่พอที่จะซื้อรถมือ1ในฮานอยได้เลย ราคารถเวสป้ามือหนึ่งที่นี่ราคาแสนต้นๆแพงมากเราในตอนนี้
เราผิดหวังกับราคาของรถ ความมืดมนเข้าครอบงำอีกครั้งแต่เรายังไม่ท้อ เราจึงต้องเดินหารถมือ 2 เราเรารู้จักเวสป้าเป็นอย่างดีรถเวสป้าต่อให้เก่าขนาดไหนระยะทางไกลๆวิ่งได้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ปัญหาของเราคือไม่รู้เส้นทางในฮานอยเลย เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร เราต้องเดินหารถอยู่2วัน เราเดินตามตรอกซอกซอยถามผู้คน ถามร้านขายรถ มันเหมือนกับว่าเอาฝรั่งไปปล่อยที่สนามหลวงแล้วบอกว่าให้ไปหาร้านขายกล้วยแขก มันยากมากในการหาสิ่งที่เราไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน
เราเดินหาร้านขายรถมือ2 ตั้งแต่เช้าจรดเย็นวันแรกเราไม่พบรถที่เราต้องการ เรากลับมาตั้งหลักกันที่โรงแรมอีกครั้งและสอบถามจากพนักงานในโรงแรม และโชคก็เข้าข้างเราอีกครั้ง เราพบรถเวสป้าซึ่งจอดอยู่ในหลืบ ลึกลงไปจากถนนราว3เมตร มีผ้าใบปิดอย่างมิดชิด หัวรถเวสป้าโผล่ออกมาจากผ้าใบเพียงนิดเดียว แฟนพันธ์แท้เวสป้าอย่างเรา รู้ทันที นี้หละที่เราต้องการ เราเข้าไปคุยกับเจ้าของรถซึ่งเป้นสถาปนิกเหมือนกับเรา2คนเราคุยกันถูกคอมาก เราขอลองเครื่องสภาพเครื่องในครั้งแรกที่เราได้ยินมันไพเราะมากเสียงแน่น สตาร์ด้วยมือได้อีกด้วยและในที่สุดเขาขายให้เราในราคาแบบสบายกระเป๋า
ตอนนี้พวกเราเราได้รถมา1 คัน ในสภาพที่ใช้งานมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี ทริปต่อจากนี้ เป็นการวัดใจครั้งยิ่งใหญ่ เราจะขี่จากเวียตนามเข้าจีน,ลาว,ไทยแต่ตอนนี้เราหลงทางที่จะเดินทางกลับที่พัก เลยต้องให้คนขายรถ ขี่รถพาเรากลับที่พักก่อน..แค่เริ่มต้นก็มันส์ซะแล้ว คืนนี้เราหลับด้วยรอยยิ้ม นอนเต็มอิ่ม พรุ่งนี้การผจญภัยของเราฝันขอองเราจะเริ่มต้นอีกครั้ง...จะทำสำเร็จหรือไม่เรายังไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้เราพร้อมที่จะลุย
เราตื่นแต่เช้าออกเดินทาง เส้นทางในเวียตนาม ดีมาก อากาศก็ดีผู้คน มีมิตรภาพ อาหารก็อร่อย เราเรียกถนนที่เราขี่ในเวียตนามว่า ถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เราขี่ออกจากเมืองเป้าหมายเราก็คือ...ไปสู่เลาไกด์เมืองชายแดนเวียตนาม-จีน เราหลงทางตั้งแต่ออกจากเมือง ป้ายที่บอกเมืองมันเล็กนิดเดียว บางป้ายไม่มีภาษาอังกฤษ มีแต่ภาษาคล้ายๆฝรั่งเศษ เราก็ยังพออ่านออกได้บ้าง ยามเช้าในเวียตนามอากาศดีมาก ผู้คนขี่จักรยานกันมากมาย รอยยิ้มของสาวเวียตนามยังติดตรึงในใจของเรา รอยยิ้มแบบใสซื่อ
รถของเรามีปัญหาซะแล้ว รถเวสป้าต้องการน้ำมันออโตลูป2จังหวะ แต่รถส่วนมาในเวียตนามเป็นรถ4จังหวะ เรากำลังขาดน้ำมัน2Tถ้าหมดเมื่อไหร่เครื่องยนต์เราแย่แน่ อาจทำให้เครื่องยนต์ติดขัดได้ เราขี่ห่างมืองอกไป แวะที่ร้านซ่อมและปั๊มน้ำมันทุกปั๊มเพื่อหาซื้อน้ำมัน2T กว่าที่เราจะได้ก็เกือบแย่ กว่าที่เราจะได้ก้เป้นปั๊มน้ำมันที่เกือบจะร้างเราได้มา2กระป๋องและ2กระป๋องนี้เองเราต้องใช้อย่างประหยัดที่สุดเพราต่อจากนนี้เราอาจไม่เจอน้ำมัน2Tก็เป็นได้
เราขี่รถกันอย่างเพลิดเพลิน แต่บนถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบก็ยังหนามกุหลาบ เราก็เจอปัญหาใหญ่อีกแล้ว ระหว่างทางกลางป่ารถของเราสตาร์ตไม่ติด เราต้องเข็นไปหาช่างเราผลัดกันเข็นเกือบ1กิโล ฝนก็ตกพร่ำๆ ช่างซ่อมรถบอกเราว่าระบบไฟที่ทำหน้าที่จ่ายไฟให้กับการจุดระเบิดของเครื่องยนต์มีปัญหาแต่ที่สำคัญกว่านั้น ช่างซ่อมไม่เคยซ่อมรถเวสป้าเลย อุปกรณ์ที่มีอยู่ก็ไม่ครบ
เราคิดว่าอาจได้ยกรถเข้าฮานอยอีกครั้ง แต่ช่างเวียตนามมีความพยายามสูงมากเค้าขอทดลองซ่อมก่อน เค้าเรียกช่างไฟฟ้าประจำหมู่บ้านมาช่วยตรวจซ่อม เรียกเด็กแว๊ประจำหมุบ้านนมาช่วยดู เรามึนกับการซ่อมรถของช่างเป็นอย่างมาก ช่างสั่งอุปกรณ์จากในเมืองซึ่งจัดส่งมาทางรถบัสที่ผ่านหมู่บ้าน 5ชั่วโมงผ่านไปของมาถึงพร้อมกับสายฝนที่ตกอย่างหนัก อุปกรณ์ที่สั่งมาไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ความมืดเริ่มเข้ามา ใกล้ค่ำอีกแล้ว เราทิ้งรถไปกับช่าง 1คืนผ่านไปอย่างยาวนาน ช่างทำงานตลอดทั้งคืน และทำสำเร็จ เราเปิดดูสายไฟ ตอนนี้มันพันกันอีลุงตุงนัง แต่ระบบไฟของรถก็ทำงานได้เป็นอย่างดี ไม่น่าเชื่อว่าช่างที่ไม่เคยซ่อมระบบไฟของเวสป้าจะสามารถซ่อมได้อย่างรวดเร็วแบบนี้ ระบบไฟอันใหม่ ไฟแรงกว่าเดิมมาก เราวัดใจกับระบบไฟชุดใหม่ที่เป็นระบบแฮนด์เมด ในขณะที่ซ่อมรถผมก็แอบไปชำเรืองสาวข้างร้านซ่อม บ้าบแบบต่างจังหวัด ชั้นเดียว หลังบ้านเลี้ยงหมูน้อยหลายตัว สาวๆเรียกเราไปนั่งกิน อ้อยอบขิงซึ่งเป็นของยามว่างยามเช้า กินไปกินมา เพื่อนบ้านก็มาร่วมแจม น้องแทงงิลูกสาวบ้านนี้สวยน่ารักใสซื่อ เจ้าของบ้านเลี้ยงอาหารมื้อเช้าเรา ก่อนจากกันผมก็มอบกระเป๋าตังจากเนปาลไว้ให้ดูต่างหน้า และในภายภาคหน้าเราอาจได้พบกันอีกครั้ง
เราเดินทางต่อทิ้งไว้เพียงความทรงจำดีๆไว้ที่นี้ เป้าหมายของเรายังคงเป็นเมืองLaocai เมืองนี้เป็นเมืองหน้าด่านเวียตนามกับจีน ผู้คนเดินทางเข้าออกตลอดเวลา เราและรถเวสป้าของเราสามารถเดินทางเข้าจีนได้อย่างโชคช่วย
วันแรกในจีนเราพักที่โรงแรมริมชายแดน เราเดินสำรวจเมืองก่อน ในจีน รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ามีมาก อาหารก็อร่อย และราคาถูกผู้คนแต่งตัวดี อากาศเย็นมาก หลายปีก่อนที่นี่มีหิมะตกจนเดินทางลำบาก เราแวะกินเมนูไก่หัวทิ่มซึ่งเป็นเมนูเด็ดของเลาไกด์ที่ผมขอแนะนำ
เช้าวันเดินทางออกจากเลาไกด์ เราขี่เวสป้าฝ่าสายหมอกยามเช้าซึ่งคลุมตลอดเส้นทาง เราเปลี่ยนแผนที่มาเป็นแผนที่ของจีนและตะลุย เป้าหมายของเราคือ Kunming เป้าหมายของเราคือ Kunming เป้าหมายของเราคือ Kunmingเมืองในฝันของนักท่องเที่ยวชหลายๆคน คนจีนที่เราพบพูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก เราเปลี่ยนทะเบียนจากทะเบียนเวียตนามเป็นทะเบียนรถไฟฟ้าของจีน เราใช้น้ำมันในจีน น้ำมันในจีนไม่เคยทำให้เราผิดหวัง รถของเราเข้ากับน้ำมันในจีนได้เป็นอย่างดี
การถามเส้นทางในจีนเราต้องใช้ภาษาใบ้ ใช้ท่าทาง ใช้การสเก็ตประกอบแผนที่ เส้นทางในจีน น่าตื่นเต้นแบบที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เราเจอภูเขาถล่มต้องเปลี่ยนเส้นทาง ,เส้นทางขรุขระ ผ่านลมหนาว ขึ้นเขา ลงเขา ,ทางลาดชัน ในบางช่วง อากาศเย็นบวกกับลมแรงจนเราหนาวที่สุดหนาวเข้ากระดูก เล็บเราเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง เวลานอนก็นอนแทบไม่หลับกว่าจะหลับได้ก็ต้องทรมานก่อน เราใส่เสื้อหายชั้นเท่าที่จะสวมใส่ได้.. เราเจอการขี่ฝ่าสายหมอกไปพร้อมๆกับเพื่อนร่วมเส้นทางหมอกในจีนเป็นหมอกบนเขา หนาวเย็นและอันตราย รถบางคันต้องตกเขาเพราะถนนลื่น
เราถึงทางแยกที่เราต้องถามทาง ซึ่งเป็นการดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของเรา เพื่อนสิบล้อชาวจีนชี้ให้เราไปทางขวา เราขี่ไปตามทางและพลัดหลงไปขึ้นทางด่วน ทางด่วนที่ไม่มีที่ลง และไม่สามารถย้อนกลับได้ น้ำมันเต็มถังที่พาเราไปได้หลายสิบกิโล เราตัดสินใจ ไปตามทางด่วน เราเจอแต่ถนนที่ว่างเปล่า รถที่ขี่ตามกันมาและสวนทางกันมีน้อยมาก น่าจะเป็นเพราะย่างเข้าเขตอากาศหนาว ไม่มีไครออกมาขี่กันในเวลานี้
เราขี่ฝ่าด่านเก็บเงินไปไม่ต่ำกว่า 5 ด่านตลอดเส้นทาง ไม่รู้ว่าผ่านมาได้อย่างไร แต่ก็ทำให้เราเดินทางได้เร็วมากยิ่งขึ้น บนทางด่วนนี้ ไม่มีห้องน้ำ ไม่มีร้านอาหาร ไม่มีร้านซ่อม รถของเราจะพังไม่ได้เลย ไม่งั้นเราอาจได้เข็นกันหลายสิบกิโล ทางด่วนในจีนจะเป็นถนนที่พาดผ่านภูเขาบางช่วงเราต้องขี่เข้าอุโมงค์ทางลัด ทางในอุโมงค์ที่เจาะเข้าไปในภูเขายาวเกือบกิโล ลุ้นให้เราได้ตื้นเต้น ออกมาจาอุโมงค์เราเจอเมืองอีกเมืองที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดิน อากาศต่างกัน วิวต่างกัน ผู้คนต่างกัน วิถีชีวิตต่างกัน สร้างความประหลาดใจให้กับเราตลอดเส้นทาง
เวสป้าของเราไปได้ดีในจีน มีแต่สภาพอากาศและระยะทางเท่านั้นที่เราต้องวัดดวงกัน ในจีน มีภูเขาสูง การขับขี่เราต้องพักเครื่องบ่อยมาก เราต้องรักษาเครื่องของเราให้ดีที่สุด วิวของจีนสวยมาก เราเจอป่าหิน ที่มีแต่หินโผล่มากมายแต่ละก้อนสวยมาก เราเจอป่าสนที่เป็นถนนป่าสน พื้นที่ทางการเกษตรที่มองไปเห็นสุดลูกหูลูกตา เจอเมืองโบราณที่เหมือนถูกหยุดเวลาไว้ก็มีให้เห็นในหลายๆจุดตลอดเส้นทาง เราจอดรถและลงเดินเข้าไปในเมืองโบราณ เจอผู้คน เจออาม่าชาวจีนแท้ๆ อาม่าคงงงๆที่มีคนแปลกหน้าเข้ามา
เราขี่เวสป้าเที่ยวไปจนถึงเมือง Mile(เหมยลี่) ซึ่งเป็นเมืองที่เจริญ ผู้คนแต่งตัวสวยงาม มีร้านค้าขายสินค้าที่ตกแต่งร้านค้าสวยไม่ร้านค้าแถวสยาม เราประหลาดใจเมื่อได้เจอส้มโอพัทยาที่เมืองนี้ ส้มโอพัทยามาไกลถึงต่างแดน…ก๋วยเตี๊ยวที่นี้ชามใหญ่มาก ใหญ่ประมาณ1ฟุตได้
อาหารที่เหมยลี่ ก็ไม่แพง และอร่อยเราพักที่เมืองนี้1คืน ขี่เที่ยวทั่วเมืองฝนก็ตกพร่ำๆเราสนุกมาที่ได้เที่ยวได้กินของอร่อยจากต่างแดน
จากเมืองนี้เราเดินทางต่อผ่านไปหลายเมืองจนถึง Kunming และใช้เวลาอยู่หลายวัน เราทำสำเร็จแล้ว....ขี่เวสป้าจากอินเดียจนมาถึงคุณหมิงจนได้
ที่ Kunming เราเจอปัญหาใหญ่กลางดึก เราโดนไล่ออกจากโรงแรมตอน ดึก เพราะเค้าเป็นโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่อนุญาตให้ชาวต่างชาติพักอาศัย โรงแรมที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติพักอาศัยเราเคยไปถามราคาแล้ว ราคาแพงมาก หลายพันบาทต่อคืน แต่สุดท้ายเราเจอโรงแรมที่ใจกล้า แอบรับเราเข้าพักและเราก็ต้องซ่อนรถของเราในห้องครัว ที่มีประตูปิดมิดชิด ตอนนี้รถเวสป้าของเราต้องไปอยู่รวมกับเตาถ่านและกองผัก
เราเดินเล่นใน Kunming หลายวัน ที่เมืองนี้ อากาศหนาว เราต้องซื้อที่ปิดหู ถุงมือ เพื่อป้องกันร่างกายของเรา
เราจะป่วยไม่ได้..สุขภาพสำคัญที่สุด เราชอบ Kunming และเมืองนี้ทำให้เราได้รู้ว่าการขี่เวสป้าฝ่าหิมะเป็นอย่างไร
ขากลับ เราเจอหิมะตอนแรกก็แปลกใจและรู้สึกดีที่มีหิมะด้วยแต่มาคิดดูอีกที ถ้ามีหิมะมันก้แสดงว่าอากาศก็จะหนาวมาก เวลานีมันหนาวมาก ไม่มีไครออกมาขี่รถกันในตอนนี้ แต่เราต้องขี่ เราจะกลับไปที่ด่านเฮกโค๊ะ จีน เวียตนาม
เราเดินทางอีกหลายวันและพักไปตลอดทาง โชคดีมากที่รถเราไม่เคยเสียเลย เราเลือกเส้นทางขากลับที่เป็นเส้นทางใหม่ เราสนุกกับการได้เห็นอะไรที่ใหม่ๆ เราเจอหมอกหนาในตอนกลางวัน เจอแม่น้ำใหญ่ และที่สำคัยเรากำลังขี่ผ่านโรงงานนิวเครียร์ ปล่องปล่อยควันของโรงงานมันใหญ่มาก ใหญ่จนสถาปนิกอย่างเราตกใจ ถ้าโรงงานแบบนี้มาสร้างประเทศของเรา อะไรมันจะเกิดขึ้น เราได้แต่คิดในใจ ขากลับเราพยายามขึ้นทางด่วนเหมือนเดิมแต่ขึ้นไม่ได้เจ้าหน้าที่ไม่ให้ผ่าน เราเลยต้องกางแผนที่และหาเส้นทางใหม่อีกครั้ง เราเดินทางอย่างสนุกสนาน ถ่ายรูปสวยๆจากจีนมากมาย อัดวีดีโอนับพันคลิปเก็บเอาไว้ เราจะเอาไปฝากเพื่อนๆของเราที่ไทย...เราเดินทางผ่านเขตเขาถล่มหลายครั้งมันน่าตื่นเต้นมากและอันตรายสุดๆ มีหลายครั้งที่เราขี่ท่ามกลางความมืดจนถึงเที่ยงคืนเป็นเพราะเราไม่เจอสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับการพักนอนของเรา เรามีเพียงแสงไฟจากไฟหน้าของรถที่ส่องสว่างนำทาง การขี่รถเวสป้าในยามค่ำคืนของประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์ เราเจอด่านทหารจำนวนมากตลอดเส้นทาง กล้องและวีดีโอของเราถูกตรวจสอบ เราถูกสั่งห้ามถ่ายรูปทหารและเขตที่ใกล้กับทหาร เราขี่กันจนเห้นแสงไฟจากเมืองใหญ่ริมชายแดน เราเห้นแล้ว ด่านเฮกโค๊ะอยู่ไม่ไกล อีกนิดเดียวชั่วอึดใจ เราพักกันที่โรงแรมริมชายแดน
เรากลับเข้าด่านนี้มาได้อย่างเสี่ยงโชค อัศวินขี่ม้าดำมาช่วยเรา เช่วยให้รถของเราผ่านด่านจีนข้ามมาเวียตนามได้อีกครั้งเ ราผ่านด่านจีนและเวียตนามมาได้ สัมภาระของเราถุกตรวจค้นอย่างเข้มข้น ด่านจีนเข้มงวดมาก
เรา2คนกลับเข้าสู่เส้นทางเวียตนามอีกครั้ง จากเมืองLaocaiในเวีวีตนาม เราขี่ผ่าน Sapa เมืองที่ท้องฟ้าสวยมากที่สุดเราอยากให้ทุกคนมาที่นี้ท้องฟ้าของซาปา สวยเกินกว่าที่เราจะบรรยายได้หมด
เราขี่ผ่านเมือง Binh Lu,Phong Tho ,Lai Chau,Moung Lay ,Dien Bien Phu
เส้นทางที่ผ่านในเวียตนาม ทำให้เราไม่ลืมไปอีกนาน ทางลาดชันขรุขระ เราขี่กันจน ดุมล้อร้อนจนยางในระเบิด เปลี่ยนเอายางอะไหล่มาเปลี่ยนก็ระเบิดอีก เราไม่เหลือยางให้ขี่อีกแล้ว ต้องถอดล้อ 2ล้อ เดินแบกไปตามทางลูกรัง10 กว่ากิโลเมตรเพื่อเอาไปให้พวกม้งปะยางให้
ม้งใจดีปะให้และแถมข้าวเย็นและที่นอนให้เรา 2 คน มิตรภาพในเวียตนามเราไม่เคยลืมเลือน เราขี่ตะลุยจนถึงเมือง Dien Bien Phu
ห่างจากตัวเมืองไป 35กิโลเมตรก็จะ เป็นด่าน เวียตนามกับลาว รถเวสป้าของเราต้องถูกระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แยกกันไปตามกระสอบปะปนไปกับผักผลไม้ในรถบัสคันเล็กๆเพื่อที่จะผ่านด่านไปได้
เมื่อถึงฝั่งลาว รถพาเราไปส่งที่ริมแม่น้ำ เราต้องประกอบรถเวสป้าของเราเองที่ริมแม่น้ำ มีผุ้คนมาช่วนให้กำลังใจหลายสิบคน เป้นครั้งแรกที่เราประกอบรถเอง ตอนอยู่ในไทยเราได้แต่เพียงขี่และซ่อมเล็กๆน้อยๆ เราประกอบกันเกือบชั่วโมง อะไหล่ทุกชิ้นถูกนำออมาเรียงและค่อยๆประกอบ
จนสำเร็จ เราทำได้ น๊อตทุกตัวถูกเช็คอีกครั้ง มีน๊อตเหลือ เราไม่รู้ว่ามันเหลือได้อย่างไร แต่เอาเถอะ..แค่นี้ก็ขี่ได้แล้ว
เราต้องเอารถขึ้นเรือและข้ามแม่น้ำOu เป็นครั้งแรกที่ Maung Khau น่าตื่นเต้นมาก กระแสน้ำสีน้ำตาลเข้มไหลแรง เรือยาวลำเล็กพาเราและรถเวสป้าข้ามได้อย่างทุลักทุเล เราล้างหน้าล้างรถและนั่งพักทานกาแฟริมน้ำ ร้านค้าน้อยใหญ่ในลาวต้อนรับเงินบาทจากไทยเป็นอย่างดี
เรามองเส้นทางที่จะเดินทางกันต่อ มันมีแต่ป่ามีแต่หมู่บ้านที่เหมือนกับบ้านชาวเขา บ้านไม้ไผ่มีเป็นจำนวนมากตลอดเส้นทาง เราเจอชาวบ้านริมทางที่เหมือนกับชาวเขาในบ้านเราตลอดเส้นทาง เราพบกองหลอนที่นั่งคุมหน้าหมู่บ้านจำนวนมาก
เราขี่ผ่าน Udomxaiและพักที่นี่1คืนUdomxai เป็นเมืองที่สงบเงียบร้านอาหารที่นี้รสชาตเหมือนในไทย ราคาก็ไม่แพงที่สำคัญเราเจอน้ำพริกน้ำปลาที่ส่งมาจากไทยจำนวนมาก น้ำปลาตราทิพรส น้ำปลาแท้ของไทยก้บุกมาถึงลาวเช่นกัน
ห้องพักที่ vilavong ในเมืองUdomxai ราคาเพียง 300บาท มีน้ำอุ่น ห้องสะอาดติดแอร์เย็นฉ่ำ และมีหนังช่อง 3,5,7,9,true visionดูได้อย่างสบาย เจ้าหน้าที่ของโรงแรมบอกเราว่า ชาวลาวชอบดูหนังจากไทยมาก
จากเมืองUdomxaiเรามาถึงเมืองหลวงพระบางเราใช้เวลาขี่เพียง7ชั่วโมง อากาศระหว่างทางหนาวมาก เส้นทางที่เราขี่ผ่านก็เต็มไปด้วยธรรมชาติต้นไม้เขียวตลอดเส้นทางเหมือนย้อนเวลากลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน เสมือนว่าเราได้ขี่อยู่ในอดีต เมืองหลวงพระบางซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกไม่ทำให้เรา 2 พี่น้องผิดหวัง เมืองสวยจนไม่อยากกระพริบตาเลยครับ วัดเก่า บ้านเก่า เสื้อผ้า ของที่ระลึก ผู้คนที่เป็นมิตร อาหารเลิศรส ทุกอย่างรวมอยู่ในเมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกที่เราต้องมาบอกได้เลยว่า หลวงพระบางคือเมืองที่เราจะต้องกลับมาอีกครั้งและเราเชื่อว่าเพื่อนๆที่ได้เห็นรูปถ่ายของเราในหลวงพระบาง จะต้องหลงเสน่ห์เมืองนี้แน่นอน
เราได้เข้าไปที่วัดหมากโมเสียค่าธรรมเนียม20000กีบ ภายในมีพระสมัยเก่าให้เราได้กราบไหว้ เราได้เจอโลกที่สงบท่ามกลางความวุ่นวาย
จิตใจของเราสงบจนได้ยินเสียงหายใจของลม เสียงสวดของพระในยามค่ำริมแม่น้ำโขง ติดตรึงอยู่ในจิตใจของเรา ธรรมมะ ความพอเพียงที่เราได้พบที่หลวงพระบาง สมบูรณ์แบบจริงๆ เราเดินเล่นริมแม่น่ำโขง นั่งดูผู้คนจากหลายหลายประเทศที่มาเสพความสงบ สายน้ำโขงไหลช้าๆแต่ไม่เคยหยุดไหล
จากหลวงพระบาง เรา2คน ขี่เวสป้าไปทางไปเมือง Sainyabuli ,Phiang,Ban Namon,Pak Lai,Ban Buamthon ,Kaen thao เส้นทางนี้ ทำให้เราไม่ลืมไปอีกนาน เกือบ400กิโลเมตรที่เต็มไปด้วยหินลูกรังขนาดเท่ากำปั้น บางช่วงเป็นถนนฝุ่นหนา เป็นคืบเราภาวนาไม่ให้เจอฝน ถ้ามีฝนตกลงมาเราไปไม่ได้แน่ๆ เส้นทางนี้เรามีฝุ่นเป็นเพื่อน เรากางเต๊นท์นอนหน้าบ้านชาวบ้านเจอกองหลอน ทหารหนุ่มที่มานั่งเฝ้าเราตลอดทั้งคืน ที่คะนายางเราได้ลิ้มรสอาหารลาวแบบดั้งเดิมปรุงโดยชาวบ้าน ข้าวปุ๊นซึ่งก็คล้ายกับ ก๋วยเตี๊ยวแต่ว่าเขาใส่ผักตบชวา รสชาติจืดแต่ก็อร่อยประแล่มๆ..ต้องลองครับ ไม่ลองไม่รู้ ผมชิมมาแล้ว บอกได้เลยว่าเยี่ยมจริงๆ กินประทังหิว
รถเวสป้าของเราก็ซื่อสัตย์กับเรามาก สู้กับถนนที่สุดโหด โชคดีที่ในลาวรถเราไม่เคยเสียเลย เส้นทางนี้เราไม่พบไบค์เกอร์สวนทางมาเลย ไม่มีไครเขาใช้เส้นทางนี้ เราผ่าน เส้นทางนี้มาแบบตัวเปลื้อนฝุ่น ผมแดงไปด้วยสีของลูกรัง เหนื่อยแต่มันส์สุดๆกับเส้นทางที่เราเลือก โหดสะใจ
ก่อนเข้าไทยเราแวะเติมน้ำมันที่ Pak Lai น้ำมันดีเซลที่นี่ เค้าเรียกกันว่า กะซ่วนเละน้ำมันเบนซินเรียกว่าแอ๊ดซัง ซึ่งหาเติมได้ตลอดเส้นทางโดยเป็นปั๊มหลอด
ร้านอาหารน้ำตำเป็นร้านอาหารที่ติดทะเลสาป บรรยากาศดี มีแพให้นั่งทานในน้ำก็ได้ ร้านนี้อยู่ห่างจากด่านแก่นท้าวราว 10 กิโลเมตร
หลังจากที่เราแวะทานอาหารเป็นที่เรียบร้อย เราขี่มาตั้งหลักที่ถึงด่าน Kaen thao ซึ่งติดกับด่านท่าลี่ในประเทศไทย เราขอให้โชคช่วยเราอีกครั้ง และโชคก็เข้าข้างเราเราทำสำเร็จเราข้ามมาถึงฝั่งไทยได้สำเร็จ เราขี่เวสป้าจากอินเดียเข้า เนปาล จีน เวียตนาม ลาว และสุดท้ายเรากลับมาไทยอย่างสวัสดิภาพ
เรา 2 พี่น้องหันหลังกลับไปมองเส้นทางที่เราผจญภัยผ่านมา เกือบ2เดือนที่เราใช้ชีวิตบนเส้นทางตามความฝันของเรา เวสป้าคู่ใจเราทำตามความฝันของเราได้สำเร็จ มันสนุกมากมาก เราได้ลุ้น ได้เจอปัญหา และเจอทางแก้ เราได้ความรู้ได้เพื่อน ได้ความรู้สึกดีๆจากเส้นทางแห่งความฝัน
การที่เราได้ขี่เวสป้าในหลายๆประเทศทำให้เรารักประเทศไทยมากขึ้น เราได้รู้และเปรียบเที่ยบประเทศของเรากับประเทศเพื่อนบ้าน
ประเทศไทยของพวกเราให้สิ่งดีๆหลายอย่างที่ต่างชาติไม่มี เราได้อิสระที่มากกว่า เราได้มีอาหารดีๆทานตลอด24 ชม. เรามีสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เรามีรอยยิ้มให้กัน เรามีถนนหนทางที่ดี เรามีไฟฟ้ามีโรงเรียน มีอิสระในการประกอบวิชาชีพ และที่สำคัญเรามีอิสระที่ทำตามฝันของเรา
แต่ทั้งนี้เราต้องรู้จักหยิบโอกาศซึ่งมีอยู่มากมายให้กับตัวเอง อย่าถ้อถอย เจอปัญหาให้มุ่งแก้ปัญหา ทุกปัญหามีทางออกเสมอ 1ปัญหามีทางแก้เป้นพันๆอย่างของให้เลือกวิธีแก้ที่ดีที่สุด
เรา2คนได้ทำตามความฝันซึ่งครั้งหนึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีไครทำ เราได้ทำสิ่งที่อีกหลายๆๆๆๆคนบอกว่าเราว่าไม่มีทางทำได้ เพื่อนชาวฟิลิปปินส์หลายคนเชียร์เราตลอดเส้นทาง เพื่อนชาวไทยให้กำลังใจผ่านทางเวบthaiscooter
บางคนถามเราผ่านอีเมลล์ว่าเราทำไปเพื่ออะไร .ทำแล้วได้อะไร เวอร์.มันยาก สิ่งเหล่านี้ถ้าเราไม่ลองก็ยังไม่รู้.และเราบอกได้คำเดียวว่า.... you don’t go you don’t know คุณไม่ไปคุณไม่รู้...
ความฝันของเรา การขับขี่ของเรา เราทำได้ เราสนุกกับฝันของเรา เราตื่นเต้นกับทุกเส้นทาง เราได้เพื่อนมากมาย ได้สัมผัสกับกำลังใจของเพื่อนๆและตื่นขึ้นมาพบกับความจริง เราทำได้ และเก็บภาพจากทุกเส้นทางมาฝากเพื่อนๆ
เรารู้สึกดีใจที่เรื่องราวการผจญภัยขับขี่เวสป้าของเรากลายเป็นตำนานของวงการ และมีส่วนให้เพื่อนๆอีกหลายคนที่ติดตามเรื่องราวมีพลังที่จะลุกขึ้นทำตามความฝันของตัวเอง… ทุกคนล้วนมีความฝันไม่ว่า เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้ชาย ผู้หญิง อย่าละทิ้งความฝันของตนเอง ตื่นจากความกลัว กล้าที่จะลุกออกมาทำตามความฝันของคนเอง ฝันของบางคนเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ฝันของบางคนอาจเป็นเรื่องไร้สาระของอีกคน ฝันในวันนี้อาจจะยังทำไม่สำเร็จแต่ขอให้ได้ลอง ได้เริ่มต้นทำ ผมเชื่อว่าทุกความฝันจะสำเร็จได้แน่นอนและเราทุกคนจะเป็นกำลังใจให้กันและกัน
Jfullmoonและโอ๋รังสิต....เส้นทางของลูกผู้ชายขาลุย
ขอบคุณทุกกำลังใจ เรา 2 คนสัมผัสได้ถึงทุกกำลังใจและจะเก็บไว้ในใจตลอดไป
http://www.facebook.com/jfullmoon
jfullmoon@hotmail.com
http://clubs501.multiply.com/
clubs501@hotmail.com
" การเริ่มต้นของเราที่อินเดีย
ภาพพนี้เรากำลงจอดพักในหุบเขาของเนปาลครับ..เนปาลสวยจิงๆครับ" alt="" />
วัวเต็มเมืองครับ
" alt="" />
สิบล้อคันใหย่มาก
" alt="" />
อินเดียยังขี่ลากันอยู่เลยครับ
" alt="" />
ภาพในเนปาล
เนปาลเป็นเส้นทาง
ที่สวยมากครับ...ธรรมชาตอุดมสมบูรณ์ตลอดเส้นทางครับ
ไครมาที่เนปาลจะหลงรักที่นี่กันทุกคนครับ......
" alt="" />
สะพานข้ามลำธาร
" alt="" />
สวยมากครับ...
" alt="" />
เนปาลสวยจนลืมไม่ลง
" alt="" />
คนหอบฟาง
" alt="" />
ถนนหลวงนะครับ..เส้นนี้เป็นถนนสายหลักเที่ยบเท่าพหลโยธินในบ้านเราครับ
" alt="" />
ไม้สนที่หักโค่น
" alt="" />
น้ำตกเล็กๆก็สวยได้ครับ
" alt="" />
เนปาล...เมฆที่ติดภูเขา..เรา้าใจตลอดเส้นทาง
" alt="" />
ภาพในเวียตนาม..
ถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ
" alt="" />
ไปทีละนิด..ถนนในเวียตนามสวยมากครับ....
" alt="" />
สาวเวียต
" alt="" />
ดองไล
" alt="" />
รถขนไก่ไปขายครับ
" alt="" />
แต่ละวันเราต้องอัพโหลดรูปลงฮาร์ดิสต์ครับ...
" alt="" />
รถเสีย สตารื์ไม่ติดครับ
ต้องเข็นฝ่าสายฝนไปกันเป็นกิโลๆเลยครับ
" alt="" />
ผู้ชมมากมายครับ
" alt="" />
พี่สาวของน้องแทงงิครับ.....
" alt="" />
ดูช่างทำกับเราเราซิครับ..ไปต่อได้ไหมเนี๊ยะ
" alt="" />
ภาพในจีน.....ครับ
ขี่ในจีนตื่นเต้นมากครับ
" alt="" />
กล้วยในจีนปลู้กันเยอะมาก...ดูแลกันอย่างดีครับ
" alt="" />
ตลาดยามเช้าครับ ขายแบกะดินกันเลย
" alt="" />
ปีนี้จีนก็แล้งครับ.....
" alt="" />
จีนก็มีคนบ้าครับ...
" alt="" />
บ้านริมแม่น้ำครับ.....
" alt="" />
ร้านซ่อมมอไซค์ครับ..พบได้ตามรายทาง
" alt="" />
ทางด่วนข้างบน ทางไม่ด่วนอยู่ข้างล่าง
" alt="" />
ทางหรือนี้
" alt="" />
เหมือนขี่ตามชนบทเลยครับ...ได้เจออะไรที่แปลกๆมากมายเลยครับ
" alt="" />
อุโมงค์ทะลุเขา..ข้างบนคือทางด่วนครับ
" alt="" />
" alt="" />
ทางในจีนฝุ่นก็เยอะ..ทางก็ขรุขระ
" alt="" />
ขี่ไปเจอหินถล่ม....ต้องหยุดดูก่อนซักนิด
" alt="" />
กว่าจะสตาร์ติดยากมาก อากาศเย็นจัดเมื่อคืนนอนแทบไม่หลับ
" alt="" />
ถ่ายตอยเกือบเที่ยงนะครับ...หมอกบนเขาหนามาก
" alt="" />
หนาว....
" alt="" />
ก๋วยเตี๊ยวเจ้านี้อร่อยมาก...ได้เยอะ..ราคาไม่แพง
" alt="" />
เห้นส้มแล้วหิวครับ...
" alt="" />
ช่างกำลังเปลี่ยนน้ำมันเครื่องครับ
" alt="" />
สาวจีนน่ารักครับ...กำลังปิ้งมัน
" alt="" />
เจอเพื่อนชาวฮอล์แลนด์ระหว่างทาง
" alt="" />
ระัหว่างทางหนาวมากครับ ตื่นมาก็ผิงไฟกันเลยคับ
" alt="" />
ส้วมระบบแห้งแบบจีนของแท้
" alt="" />
หลงทางกันก็หายครั้งต้องเช้คทิศทางกันตลอด
" alt="" />
พี่ชาวจีนที่เราไปพักเค้าเลี้ยงข้าวเราครับเราเลยให้เหรียญไว้เป้นการตอบแทน
" alt="" />
สุนัขจีนเขี้ยวมันแปลกๆ
" alt="" />
ขี่กันจนเจอโรงงานนิวเครียร์..ตื่นเต้นมากกกก
" alt="" />
ถึงคุณหมิงเจอจ่าเฉยด้วยครับ
" alt="" />
เจอหลวงจีนด้วยครับ
" alt="" />
ถนนในจีนหนาวและยาวไกล
" alt="" />
เจออาม่าใจดี
" alt="" />
เจอหมู่บ้านโบราณเลยเข้าไปเดินเล่นครับ
" alt="" />
สาวหมวยของแท้ที่เมืองโบราณ
" alt="" />
เข้าไปซื้อเค๊กเพราลูกสาวร้านนี้น่ารักครับ
" alt="" />
โอ๋รังสิตกับชุดกันหิมะครับ..เราขี่ฝ่าหิมะกันครับ
" alt="" />
ผู้คนชาวจีนกำลังก่อการประท้วงครับ มีการปิดถนนเหมือนบ้านเราเลยครับ
" alt="" />
น้ำตกของจีนครับ
" alt="" />
เส้นทางในจีนโหดร้ายมากครับแต่สนุกสะใจ
" alt="" />
" alt="" />
อ่านไม่ออก..
" alt="" />
ยิ่งอ่านไม่ออกไปกันใหญ่
" alt="" />
อ้อยหวานอร่อยมาก.....
" alt="" />
ชุดกันหนาวส่วนตัวครับ ช่วยได้เยอะครับ
" alt="" />
ชุดกันหิมะครับ..เรากำลังหลบหิมะกันอะครับ อากาศหนาวววมาก
" alt="" />
รุปนี้คลาสสิคครับ ที่สำคัญเรากะว่าถ่ายเสร็จจะไปขอข้าวโพดที่อยู่ด้านหลังเอามาต้มกิน
" alt="" />
ทุ่มเทกับการเที่ยวจริงๆครับ
" alt="" />
มันหนาวมากครับ ต้องเอาผ้านวมที่เราพกมา เอาห่อตัวกันหนาว
" alt="" />
เส้นทางป่าๆในจีน
" alt="" />
ถ้าเพื่อนๆอ่านเรื่องราวการผจญภัยของเราแล้วชอบก็โหวตให้ด้วยนะครับ...
***พรุ่งนี้จะลงรูปต่อจากกลับมาจากจีนแล้วเข้าเวียตนามต่อครับ

truestory
เรียนเพื่อนๆ สมาชิกที่เข้าร่วมกิจกรรม "เล่าเรื่องดี มีสิทธิ์ดัง" โดย True Money ทุกท่าน เนื่องจากมีผู้ไม่ประสงค์ดีบางท่าน เข้ามาโพสต์ข้อความที่ไม่เป็นความจริง โดยใช้ชื่อว่า "True Vote" และข้อความที่ว่า "สิ้นสุดการโหวตจากวันที่ 30 มิถุนายน 53 เป็นวันที่ 29 มิถุนายน 2553 เวลา เที่ยงคืน ทีมงานจะนับคะแนนคะหากหลังจากเที่ยงคืนแล้วเราจะไม่คิดคะแนนเพิ่มค่ะ" ทางทีมงานขอยืนยันว่า ข้อความดังกล่าวไม่ได้มาจากทางทีมงาน ซึ่งกิจกรรม "เล่าเรื่องดี มีสิทธิ์ดัง" สามารถโหวตได้จนถึง วันพุธที่ 30 มิถุนายนนี้ เวลา 24.00 น. ค่ะ จึงเรียนมาเพื่อทราบ โปรดอย่าหลงเชื่อข้อความของผู้ไม่ประสงค์ดีท่านนี้ ขอบคุณค่ะ ทีมงานกิจกรรม "เล่าเรื่องดี มีสิทธิ์ดัง" ติดตามรายละเอียดได้ที่ http://truestory.truelife.com/blogs/entry/8978meaw336
ยอดมากจริงๆ ไปที่เดียวกับหนังเรื่องเรา สองสามคนด้วยหรือป่าว ไว้เราจะไปตามรอยนะ แนวทางมันได้จริงๆ เพื่อนเราก็ลาออกจากงานมาเดินทางเหมือนกันแต่เดินทางคนเดียว ลองไปดูได้นะ ที่ http://yutthadej.truelife.com/vdo/entry/574 โหวตก็ได้ไม่โหวตก็ได้นะ อยากให้ดูเฉยๆpipekun
ยอดดดดด มากเลยครับ ผมเองก็ได้ไปผจญภัยแบบนี้(แต่แค่ในนอกบ้าน) ไปด้วยมอเตอร์ไซ ว้าว เยี่ยม กล้าหารมาก (โหวดให้)ขอบคุณครับ ขออนุญาตแชร์ เรียนรังสิตเหมือนกัน คณะดนตรี ป.โท ครับ เลยได้อ่านจากที่น้องๆ ส่งลิงก์มา น่าชื่นชมมากครับ เขียนหนังสือไหมอ่ะ แบบเดียวกับคุณหมู คุณวรรณที่ขี่จักรยานรอบโลก ผมว่า การเดินทางบนพาหนะสองล้อ มันมีสเน่ห์มากๆ
nameaf7
อ่านเรื่องแล้วยังอ่านไม่จบเลย แต่โหวตให้แล้วนะ 1 โหวตjewool
จ้า รังสิตคณะไรหรอ ไงก็สู้นะ^^napasii
เรื่องราวน่าสนใจและดูน่าตื่นเต้นมากๆ ขอติดตามด้วยคนค่ะ ^^ขอขอบคุณทุกคอมเม้นและคะแนนโหวตครับ ดูเรื่องราวการผจญภัยต่อได้ที่ http://www.thaiscooter.com/forums/showthread.php?t=342870&page=4
jajar34
เข้ามาอีกครั้งค่ะ พอดีเพิ่งนึกออกว่าเรื่องราวการเดินทางของคุณ jfullmoon คล้ายๆกับหนังเรื่อง The Motorcycle Diaries เลยค่ะ ถ้ายังไม่ได้ดู ลองหามาดูนะคะjajar34
โหวตให้หลายๆโหวตเลยค่ะ ชอบมากๆเรื่องราวการเดินทางผจญภัยเนี่ย อ่านแล้วสนุกดีค่ะ ตัวเราเองก็ชอบเดินทางท่องเที่ยวค่ะ แต่เป็นผู้หญิงก็อาจจะมีข้อจำกัดในหลายๆด้าน เลยอาจจะลุยได้ไม่เท่าผู้ชายค่ะ ปล.ถ้าเปลี่ยนตัวหนังสือเป็นสีขาวน่าจะอ่านง่ายขึ้นนะคะ